วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569

Charoemthai thertre

 







Ratchadamnoen Street by s72m7pjjgt

เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นบนถนนราชดำเนินในปี พ.ศ. 2516 คือ เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 หรือ วันมหาวิปโยค ซึ่งเป็นการลุกฮือของนิสิต นักศึกษา และประชาชนครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทยครับ แม้ว่าภาพถ่ายที่คุณให้มาจะเป็นภาพของถนนราชดำเนินในปี พ.ศ. 2490 แต่ภาพนี้ได้แสดงให้เห็นถึง สมรภูมิ และ ชัยภูมิ สำคัญที่ส่งผลต่อเหตุการณ์ในปี 2516 ดังนี้

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นศูนย์กลางการชุมนุม: ในภาพจะเห็นอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยตั้งตระหง่านอยู่กึ่งกลางถนน ซึ่งในเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ พื้นที่รอบอนุสาวรีย์นี้ได้กลายเป็นจุดนัดพบและเป็นศูนย์กลางการบัญชาการของกลุ่มผู้ประท้วงที่มาชุมนุมกันเพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญและคัดค้านรัฐบาลเผด็จการในขณะนั้น พื้นที่กว้างขวางเพื่อมวลชน: ถนนราชดำเนินกลางที่มีความกว้างและโอ่อ่าตามที่ปรากฏในภาพ ได้รองรับคลื่นประชาชนจำนวนนับแสนคนที่หลั่งไหลมาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และพื้นที่ต่าง ๆ จนเต็มพื้นที่ถนน ซึ่งสภาพกายภาพของถนน

สายนี้เอื้อต่อการรวมตัวเป็นจำนวนมาก สัญลักษณ์ที่จับต้องได้สถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นและอาร์ตเดโคที่เรียบง่ายรอบๆ อนุสาวรีย์ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเชิดชูอุดมการณ์ประชาธิปไตย ได้กลายเป็นฉากหลังที่ทรงพลังในการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนในเหตุการณ์จริงปี 2516 ข้อมูลเพิ่มเติมที่ไม่ได้มาจากแหล่งข้อมูลโดยตรง: ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 มีการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับผู้ชุมนุม

บริเวณหน้าพระตำหนักจิตรลดารโหฐานและบนถนนราชดำเนิน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก แต่นำไปสู่การลาออกของบุคคลสำคัญในรัฐบาลและเป็นการเปิดศักราชใหม่ของยุค ประชาธิปไตยเบ่งบาน ในประเทศไทย การรื้อถอนศาลาเฉลิมไทยในปี พ.ศ. 2531 (และต่อเนื่องถึงปี 2532) ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทัศนียภาพบนถนนราชดำเนินกลางครับ โดยมีความเชื่อมโยงกับแหล่งข้อมูลและประวัติศาสตร์ดังนี้

ภาพสะท้อนความรุ่งเรืองในอดีต จากภาพถ่ายปี พ.ศ. 2490 เราจะเห็นศาลาเฉลิมไทยตั้งอยู่อย่างสง่างามที่หัวมุมถนนราชดำเนินกลางตัดกับถนนมหาไชย โดยเป็นอาคารที่มีสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นที่โดดเด่นและเป็นสัญลักษณ์ของความทันสมัยในยุคนั้น เหตุผลของการรื้อถอน แม้ศาลาเฉลิมไทยจะเป็นแลนด์มาร์คสำคัญ แต่การรื้อถอนในปี 2531 มีเป้าหมายเพื่อ เปิดทัศนียภาพ (Vista) ของ โลหะปราสาท วัดราชนัดดารามวรวิหาร ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมไทยที่มีความสำคัญระดับโลก ให้โดดเด่นและมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากถนนราชดำเนิน โดยไม่มีอาคารสมัยใหม่มาบดบัง การเปลี่ยนผ่านสู่ลานพลับพลา หลังจาก

อาคารที่เห็นในภาพ ถูกรื้อถอนไป พื้นที่บริเวณนั้นได้ถูกพัฒนาเป็น ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ และมีการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นแทนที่ ทำให้บรรยากาศของมุมถนนนี้เปลี่ยนจากศูนย์กลางความบันเทิงสมัยใหม่ไปสู่พื้นที่ที่เชิดชูมรดกทางวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมไทยประเพณีแทน แม้ว่าเราจะไม่ได้เห็นอาคารศาลาเฉลิมไทยในปัจจุบันแล้ว แต่ภาพถ่ายใบนี้ ยังคงเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่าที่ทำให้เราเห็นว่าครั้งหนึ่งถนนราชดำเนินเคยมีโรงภาพยนตร์ที่โอ่อ่าและทันสมัยที่สุดตั้งอยู่ราสามารถขยายความสิ่งที่ภาพนี้บอกเล่าเกี่ยวกับสภาพบ้านเมืองและสถาปัตยกรรมในยุคนั้นได้ดังนี้

ทัศนียภาพความกว้างขวางและโอ่อ่าภาพนี้แสดงให้เห็นว่าถนนราชดำเนินกลางถูกออกแบบให้เป็นถนนสายหลักที่มีความกว้างขวางมากเมื่อเทียบกับยุคสมัยนั้น เพื่อทำหน้าที่เป็น ช็องเซลิเซ แห่งกรุงเทพฯ โดยมีเส้นสายทางสายตาที่พุ่งตรงและสะอาดตา ศูนย์กลางทางสถาปัตยกรรมและอุดมการณ์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตั้งตระหง่านอยู่เป็นจุดศูนย์กลางของสายตา (Vantage point) ท่ามกลางวงเวียนขนาดใหญ่ 

ซึ่งทำหน้าที่เป็นหมุดหมายสำคัญที่สื่อถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เอกภาพของกลุ่มอาคารแบบอาร์ตเดโคภาพเผยให้เห็นกลุ่มอาคารที่เรียงรายอยู่สองฟากฝั่งถนนที่มีความสูงที่เท่ากันและมีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สมมาตรกันอย่างเป็นระเบียบ โดยเน้นรูปทรงเรขาคณิต เส้นสายที่เรียบง่าย และการมีหลังคาแบน (Flat roof) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมยุคคณะราษฎร แลนด์มาร์คสำคัญทาง

วัฒนธรรมและราชการ ศาลาเฉลิมไทย ปรากฏอยู่ทางมุมซ้ายล่างของภาพในฐานะอาคารขนาดใหญ่ที่มีความโดดเด่นสะดุดตา เป็นสัญลักษณ์ของความบันเทิงสมัยใหม่ในขณะนั้น อาคารกรมประชาสัมพันธ์: ตั้งอยู่ทางมุมขวาของภาพ โดดเด่นด้วยส่วนโค้งมนที่มุมอาคารและหอสูง ซึ่งเป็นตัวแทนของหน่วยงานรัฐที่สื่อสารกับประชาชน สภาพแวดล้อมโดยรอบภาพมุมสูงนี้ยังทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างกลุ่มอาคารสมัยใหม่บนถนนราชดำเนิน กับบ้านเรือนของราษฎรที่ยังคงเป็นหลังคาทรงสูงแบบดั้งเดิมที่ตั้งอยู่ถัดออกไปด้านหลังแนวอาคารราชดำเนิน สรุปได้ว่า แหล่งข้อมูลภาพนี้คือบันทึกสำคัญที่แสดงถึงความสำเร็จในการสร้างภาพลักษณ์ ความทันสมัย(Modernity) ของกรุงเทพมหานครในยุคหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น