วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ถนนเยาวราชในปี 1978

 





Harmonious heritage by s72m7pjjgt


อัตลักษณ์ชุมชนในพื้นที่ประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ จากแหล่งข้อมูลที่ปรากฏ สามารถวิเคราะห์ได้ผ่านความโดดเด่นทางวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ดังนี้

รากฐานทางวัฒนธรรมไทย-จีนที่เข้มแข็งอัตลักษณ์ที่เด่นชัดที่สุดประการหนึ่งคือความเป็นย่านการค้าของชาวไทยเชื้อสายจีน โดยเฉพาะในเยาวราช ซึ่งปรากฏผ่าน ป้ายชื่อร้านค้า (ห้างขายทอง) ที่ระบุทั้งภาษาไทยและตัวอักษรจีน สิ่งนี้สะท้อนถึงอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์และการสืบทอดอาชีพที่กลายเป็นสัญลักษณ์ระดับโลกของชุมชนแห่งนี้ ความผูกพันกับสถาบันและศาสนสถานสำคัญชุมชนในพื้นที่เมืองเก่ามีอัตลักษณ์ที่เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับ สถานที่อันเป็นที่เคารพและงดงามที่สุดของเมืองเช่น พระบรมมหาราชวังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ความเป็นชุมชนในย่านนี้จึงไม่ได้มีแค่เรื่องการค้า แต่ยังเป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์ของชาติ  สถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์และการอนุรักษ์รูปแบบของอาคารตึกแถวรุ่นเก่าที่มี หน้าต่างไม้แบบ

บานเกล็ด และการจัดวางอาคารพาณิชย์ที่เป็นระเบียบในอดีต ถือเป็นภาพจำที่สำคัญของอัตลักษณ์ชุมชน ความสำคัญของอัตลักษณ์ทางกายภาพนี้ส่งผลต่อการพัฒนาเมืองในปัจจุบัน โดยจะเห็นได้จากการออกแบบสถานีรถไฟฟ้าใหม่ทั้ง 4 แห่ง ที่ตั้งใจให้สถาปัตยกรรมเหนือพื้นดิน กลมกลืนและดูเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนเพื่อรักษาบรรยากาศดั้งเดิมและให้เกียรติแก่สถานที่โดยรอบ วิถีชีวิตริมทางและความพลุกพล่านอัตลักษณ์ของชุมชนยังสะท้อนผ่านการใช้พื้นที่สาธารณะที่มีชีวิตชีวา บรรยากาศของความพลุกพล่านที่ป้ายรถเมล์ การสัญจรด้วยรถเมล์และรถยนต์รุ่นเก่า รวมถึงการมีตู้โทรศัพท์สาธารณะในย่านธุรกิจ ทั้งหมดนี้แสดงถึงความเป็นชุมชนที่ทันสมัยในยุคนั้นแต่ยังคงรักษาการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนใน

พื้นที่เอาไว้ได้อย่างหนาแน่น โดยสรุป อัตลักษณ์ชุมชนในพื้นที่เหล่านี้คือ การหลอมรวมระหว่างมรดกทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่า ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม และความพยายามที่จะเติบโตไปพร้อมกับความร่วมสมัย โดยยังคงรักษา ราก ของชุมชนเอาไว้อย่างมั่นคง จากแหล่งข้อมูลภาพถ่ายเก่าและประวัติศาสตร์เศรษฐกิจที่ผ่านมา เราสามารถวิเคราะห์ผลกระทบของการตัดถนนสายใหม่ต่อการย้ายศูนย์กลางธุรกิจจากเยาวราชได้ดังนี้

ข้อจำกัดของพื้นที่เดิมและการขยายตัว ภาพถ่ายสะท้อนให้เห็นว่าเยาวราชมีความหนาแน่นสูงมาก ทั้งในแง่อาคารตึกแถวที่ชิดติดกันและการจราจรที่มีทั้งรถเมล์และรถยนต์ส่วนบุคคล เมื่อมีการตัดถนนสายใหม่ที่กว้างและรองรับรถยนต์ได้ดีกว่าในพื้นที่อื่นของกรุงเทพฯ (เช่น ถนนสีลม หรือถนนสุขุมวิท - ข้อมูลนี้ไม่ได้มาจากแหล่งข้อมูลโดยตรง) ธุรกิจขนาดใหญ่หรือสำนักงานสมัยใหม่ที่ต้องการพื้นที่จอดรถและอาคารขนาดใหญ่จึงเริ่มขยับขยายออกจากย่านตึกแถวแบบเดิมในเยาวราช การเปลี่ยนรูปแบบของศูนย์กลางธุรกิจในอดีต เยาวราชคือศูนย์กลางที่รวมเอาทุกอย่างไว้ด้วยกัน ทั้งที่อยู่อาศัย ร้านค้าปลีก-ส่ง และจุดบริการสาธารณะอย่างตู้โทรศัพท์ แต่การตัดถนนสายใหม่ได้สร้าง ย่านธุรกิจเฉพาะทาง(Central Business District - CBD) ขึ้นมาใหม่ ซึ่งเน้นอาคารสำนักงานสูงแทนที่อาคารพาณิชย์แบบผสมผสาน (Mixed-use) ที่เห็นในภาพ การเข้าถึงและความสะดวกสบาย

แม้ในภาพจะเห็นว่าเยาวราชมีระบบขนส่งสาธารณะและเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัยในยุคนั้น เช่น รถเมล์และตู้โทรศัพท์สาธารณะ แต่เมื่อเมืองขยายตัวและมีการตัดถนนสายหลักใหม่ๆ ที่เชื่อมต่อกับพื้นที่รอบนอกได้สะดวกกว่า ทำให้ศูนย์กลางความเจริญเริ่มกระจายตัวออกไปตามเส้นทางเหล่านั้น เพื่อลดความแออัดจากย่านการค้าดั้งเดิมอย่างเยาวราชการปรับตัวสู่การเป็นย่านวัฒนธรรมและเฉพาะทางแม้ธุรกิจสำนักงานใหญ่ ๆ จะย้ายไปสู่ถนนสายใหม่ แต่เยาวราชยังคงรักษาบทบาทสำคัญในฐานะ ศูนย์กลางการค้าทองคำและวัฒนธรรม ดังที่เห็นจากป้ายร้านทองที่เด่นชัดในภาพ ซึ่งความสำคัญนี้ไม่ได้หายไปตามการย้ายศูนย์กลางธุรกิจ แต่เปลี่ยนจากการเป็น ศูนย์กลางทุกอย่าง มาเป็น ย่านเศรษฐกิจเฉพาะทางและแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่สำคัญที่สุดของกรุงเทพฯ แทน 

หมายเหตุข้อมูลเกี่ยวกับการย้ายศูนย์กลางธุรกิจไปยังถนนสีลมหรือสุขุมวิท และการเติบโตของอาคารสำนักงานสมัยใหม่ เป็นข้อมูลทั่วไปที่ไม่ได้ระบุไว้ในแหล่งข้อมูลภาพถ่ายที่คุณให้มาแนะนำให้คุณตรวจสอบข้อมูลทางประวัติศาสตร์ผังเมืองเพิ่มเติมเพื่อความแม่นยำ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น