บทบาทของย่านบางรักในการเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมนานาชาติ มีที่มาสำคัญจากการเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่รับอิทธิพลจากตะวันตกมาอย่างยาวนาน โดยมีรายละเอียดดังนี้
การเป็นแหล่งพำนักยุคแรกของชาวตะวันตกเขตบางรักถือเป็นบริเวณแรก ๆ ในกรุงเทพมหานครที่ชาวยุโรปเข้ามาตั้งรกราก กลุ่มที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งคือ คณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส ซึ่งการเข้ามาตั้งถิ่นฐานนี้ได้นำพาเอาทั้งศาสนา วัฒนธรรม และเทคโนโลยีการก่อสร้างแบบตะวันตกเข้ามาวางรากฐานในพื้นที่ มรดกทางสถาปัตยกรรมที่สะท้อนความเป็นสากลอิทธิพลจากการเข้ามาของชาวตะวันตกปรากฏให้เห็นชัดเจนผ่านตัวอาคารในย่านนี้ เช่น ตึกแถวบริเวณสี่แยกสีลมที่มีการออกแบบตามสถาปัตยกรรมแบบ
ตะวันตกอย่างประณีต มีการใช้หน้าบันทรงสามเหลี่ยม (Pediment) การประดับลวดลายปูนปั้น และการทำระเบียงพร้อมราวกันตกชั้นบน ซึ่งแตกต่างจากเรือนไม้ดั้งเดิมของไทยศูนย์กลางพาณิชยกรรมและการรับวัฒนธรรมบริโภคนิยมย่านนี้เป็นจุดที่วัฒนธรรมการค้าแบบสากลเข้ามาหยั่งราก เห็นได้จากป้ายโฆษณาสินค้าระดับโลกอย่าง Coca-Colaที่ติดตั้งอยู่บนอาคารพาณิชย์ ท่ามกลางบรรยากาศการค้าที่คึกคักซึ่งมีทั้งธุรกิจท้องถิ่นอย่างโรงรับจำนำและสินค้าจากต่างประเทศ จุดเชื่อมต่อการคมนาคมที่หลากหลายภาพ
บรรยากาศในอดีตแสดงให้เห็นถึงการสัญจรของพาหนะที่หลากหลาย ทั้งรถสกู๊ตเตอร์ รถยนต์ส่วนบุคคล และรถเมล์ ซึ่งสะท้อนถึงการเป็นย่านที่เปิดรับความทันสมัยและการเคลื่อนไหวของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติและระดับฐานะ
โดยสรุป ที่มาของความเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมนานาชาติของบางรัก เริ่มต้นจากการเป็นย่านบุกเบิกของชาวตะวันตก จนเกิดการหลอมรวมทางสถาปัตยกรรมและวิถีชีวิตทางเศรษฐกิจที่ทันสมัย ส่งผลให้บางรักกลายเป็นย่านที่มีความเป็นสากลโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ มาตั้งแต่อดีต
การเข้ามาตั้งรากฐานของคณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีสในเขตบางรัก ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มชาวตะวันตกกลุ่มแรก ๆ ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในกรุงเทพฯ ได้ส่งผลต่อรูปแบบสถาปัตยกรรมของอาคารพาณิชย์โดยรอบสี่แยกสีลมอย่างชัดเจน ดังที่ปรากฏในภาพถ่ายปี พ.ศ. 2499 ดังนี้
การเปลี่ยนจากเรือนไม้สู่ตึกแถวก่ออิฐถือปูนอิทธิพลจากตะวันตกทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากการสร้างอาคารด้วยไม้แบบดั้งเดิม มาเป็นการใช้อาคารตึกแถวก่ออิฐถือปูนที่มีความมั่นคงถาวรและมีความสูง 2-3 ชั้น ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการก่อสร้างที่กลุ่มชาวตะวันตกและคณะมิสซังนำเข้ามาเผยแพร่การใช้หน้าบันทรงสามเหลี่ยม (Pediment)อาคารพาณิชย์บริเวณหัวมุมถนนในภาพมีการประดับหน้าบันรูปสามเหลี่ยมพร้อมช่องวงกลมตรงกลาง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมคลาสสิกแบบตะวันตกที่คณะมิสซังมักใช้กับ
อาคารทางศาสนา และถูกนำมาประยุกต์ใช้กับอาคารพาณิชย์เพื่อสร้างความสง่างามการออกแบบระเบียงและหน้าต่างทรงสูงอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมตะวันตกทำให้ตึกแถวรอบ ๆ มีการจัดจังหวะหน้าต่างทรงสูงและแคบเรียงต่อกันอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการมีระเบียงยาวพร้อมราวกันตกที่ชั้นบน ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องการระบายอากาศแล้ว ยังสะท้อนถึงรสนิยมแบบอาณานิคม (Colonial Style) ที่นิยมในย่านที่ชาวต่างชาติอาศัยอยู่ การประดับตกแต่งด้วยเสาหลอก (Pilasters) และบัวปูนปั้น ผนังอาคารมีการใช้เสาประดับ
และการปั้นปูนเป็นเส้นบัวเพื่อแบ่งสัดส่วนของตึกให้ดูมีมิติ สิ่งเหล่านี้เป็นมรดกทางศิลปะการก่อสร้างที่ส่งต่อมาจากอาคารแบบตะวันตกที่ตั้งอยู่ในเขตบางรักการสร้างภาพลักษณ์ที่เป็นสากลการที่อาคารพาณิชย์ (เช่น โรงรับจำนำในภาพ) นำรูปแบบสถาปัตยกรรมของคณะมิสซังมาปรับใช้ ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดูทันสมัยและน่าเชื่อถือ สอดคล้องกับบรรยากาศของย่านบางรักที่เป็นศูนย์กลางการติดต่อกับต่างชาติมาตั้งแต่อดีต
โดยสรุป สถาปัตยกรรมของคณะมิสซังไม่ได้ส่งผลเพียงแค่ในเชิงศาสนา แต่ได้กลายเป็นต้นแบบทางความงามและเทคนิคการก่อสร้างที่อาคารพาณิชย์โดยรอบนำมาประยุกต์ใช้ จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของย่านบางรักและสีลมในยุคนั้น


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น